Firefox 2 vs. Internet Explorer 7: Security

225 | 15 December 2007 - 19:42 น.

เดือนที่แล้ว IE7 เพิ่งประกาศครบรอบ 1 ปี หนึ่งวันก่อนหน้านั้น ถัดจากนั้น Paul Kim การตลาดของ Mozilla ออกมางอแงโวยวายว่า IE โกหก ตั้งแต่แรกเริ่ม Firefox เริ่มเปิดตัวด้วยประเด็นว่า Firefox เป็นเว็บเบราว์เซอร์ที่ปลอดภัย ประการหนึ่งเพราะไม่รองรับเทคโนโลยี ActiveX ซึ่งในช่วงหลายปีก่อนนั้น Internet Exlplorer 6 เผชิญกับปัญหาอย่างหนักที่เกิดจากช่องโหว่ของ ActiveX ผมสงสัยมาตลอดว่า Firefox มีความปลอดภัยสูงจริงตามอ้างหรือเปล่า ตั้งแต่ต้นที่ปล่อยเวอร์ชั่น 0.8 มีรายงานว่ามีคนติดโทรจันเพราะ Firefox รวมถึงตลอดสองสามปีที่ผ่านมาได้อ่านข่าวรายงานปัญหาช่องโหว่ของ Firefox อยู่เนืองๆ บางรายการใช้เวลาร่วมปีกว่าจะมีการ patch

สิ่งที่ผมสนใจอยากรู้ลำดับแรกสุด คือ ช่องโหว่ที่พบในเว็บเบราว์เซอร์แต่ละตัว ว่ามีรายงานมากน้อยแค่ไหน เพราะเป็นสิ่งที่สะท้อนกลับไปที่ความปลอดภัยในระดับการออกแบบซอฟท์แวร์ ข้อมูลของ Jeff Jones ผมไม่สามารถมองอะไรได้มากเพราะให้ข้อมูลเชิงสถิติที่ค่อนข้างพร่าเลือน จึงหยิบข้อมูลจาก ซึ่งรวบรวมรายงานช่องโหว่ในเว็บเบราว์เซอร์ของ Common Vulnerabilities and Exposures (CVE) และรายงานจากต้นแหล่งบางรายการ

ตารางด้านล่างเปรียบเทียบเบราว์เซอร์เวอร์ชั่นล่าสุดในตลาดของทั้งสองค่าย คือ Internet Explorer 7 และ Firefox 2.0 สัญลักษณ์ X H M และ L แทนระดับความรุนแรง ความรุนแรงสูงมาก สูง ปานกลางและต่ำตามลำดับ ช่องโหว่ในระดับ X และ H เป็นความรุนแรงในระดับที่สามารถควบคุมเครื่องผู้ใช้จากระยะไกลได้ ขณะที่ L จะครอบคลุมการหายหรือการขโมยข้อมูลในเครื่อง รวมถึงช่องโหว่ที่ต้องให้ผู้ใช้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งจึงจะมีผล ส่วนข้อมูลช่องโหว่ระดับ Not critical ไม่มีระบุในตารางด้านล่าง

เดือนปี Microsoft Internet Explorer 7 Mozilla Firefox 2.0
ธ.ค. 50 CVE-2007-5355 L  
พ.ย. 50 CVE-2007-3893 H CVE-2007-5959 H
CVE-2007-5960 H
CVE-2007-5947 L
ต.ค. 50 CVE-2007-3893 H
CVE-2007-3892 L
CVE-2007-1095 H
CVE-2007-2292 H
CVE-2007-4841 H
CVE-2007-5334 H
CVE-2007-5337 H
CVE-2007-5338 H
CVE-2007-5339 H
CVE-2007-5340 H
CVE-2006-2894 L
ก.ย. 50   Firefox “-chrome” issue L
ส.ค. 50 CVE-2007-1749 H
CVE-2007-0943 H
CVE-2007-2216 H
CVE-2007-3041 H
CVE-2007-3844 M
CVE-2007-3656 L
CVE-2007-3670 H
ก.ค. 50 CVE-2007-3826 H CVE-2007-3844 H
CVE-2007-3734 H
CVE-2007-3735 H
CVE-2007-3736 H
CVE-2007-3737 H
CVE-2007-3738 H
CVE-2007-3089 H
CVE-2007-3656 L
CVE-2007-3670 H
มิ.ย. 50 CVE-2007-1750 H
CVE-2007-1751 H
CVE-2007-0218 H
CVE-2007-2222 H
CVE-2007-3027 H
 
พ.ค. 50 CVE-2007-0942 H
CVE-2007-0944 H
CVE-2007-0945 H
CVE-2007-0946 H
CVE-2007-0947 H
CVE-2007-2221 H
CVE-2004-0867 L
CVE-2007-2867 H
CVE-2007-2868 H
CVE-2007-2870 H
CVE-2007-2871 H
เม.ย. 50    
มี.ค. 50 CVE-2007-1499 H  
ก.พ. 50 CVE-2007-0995 L
CVE-2007-1114 L
CVE-2007-1091 L
CVE-2006-4697 H
CVE-2007-0217 H
CVE-2007-0219 H
CVE-2006-6077 H
CVE-2007-0008 H
CVE-2007-0775 H
CVE-2007-0776 H
CVE-2007-0777 H
CVE-2007-0778 H
CVE-2007-0779 H
CVE-2007-0780 H
CVE-2007-0800 H
CVE-2007-0981 H
CVE-2007-0994 H
CVE-2007-0995 H
CVE-2007-1095 H
CVE-2007-0981 L
ม.ค. 50 CVE-2007-0024 X  
ธ.ค. 49   CVE-2006-6497 H
CVE-2006-6498 H
CVE-2006-6499 H
CVE-2006-6500 H
CVE-2006-6501 H
CVE-2006-6502 H
CVE-2006-6503 H
CVE-2006-6504 H
CVE-2006-6506 H
CVE-2006-6507 H
พ.ย. 49   CVE-2006-6077 L
ต.ค. 49 CVE-2004-1155 M
CVE-2006-5544 L
CVE-2006-2111 L
 

สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่ง ถ้าเปรัยบเทียบช่องโหว่ทั้งสี่ระดับที่จะส่งผลเสียหายต่อผู้ใช้ ตลอดช่วงเวลาในสถิติ Firefox 2 ไม่มีรายงานที่ระดับความรุนแรงสูงสุดเลย ขณะที่ IE7 มี 1 รายการ ขณะที่ช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับสูง Firefox 2 นำลิ่วไปที่ 46 รายการ ส่วน IE7 อยู่ที่ 22 รายการ ความรุนแรงระดับปานกลางของ Firefox 2 มี 1 รายการ เท่ากับ IE7 ความรุนแรงระดับต่ำ Firefox 2 อยู่ที่ 8 รายการ IE7 มี 7 รายการ เบ็ดเสร็จทั้งปีพบช่องโหว่ทุกประเภทที่ระดับความรุนแรงต่ำจนถึงสูงสุด 55 รายการสำหรับ Firefox 2 และ 31 สำหรับ IE7 ถ้าจะสรุป ณ บรรทัดนี้คงบอกได้ว่าคำอ้างของ Firefox ที่ว่า "Most Secure Web Browser" นั้นไม่จริงเลย

ผมย่อยข้อมูลดิบด้านบนเป็นกราฟเพื่อง่ายในการเข้าใจในเชิงปริมาณ แยกตามเดือน ระดับความรุนแรงของแต่ละเบราว์เซอร์ แถบสีส้มที่พุ่งสูงในแต่ละเดือนคือช่องโหว่ระดับความรุนแรง high critical (H) ของ Firefox 2 และสีน้ำเงินเข้ม คือ high critical  ของ IE7

ie7andfx2

สถานการณ์ช่องโหว่ของทั้งสองค่าย ไม่ว่าไมโครซอฟท์หรือมอสซิลล่าไม่สามารถจะโอ้อวดหรือภาคภูมิใจได้เลย ทั้งนี้ เพราะทั้งสองค่ายต่างมีช่องโหว่โดยเฉพาะที่มีความรุนแรงสูงในระดับผู้ใช้ไม่สามารถท่องเว็บโดยปราศจากความกังวลได้เลย และสิ่งที่น่ากังวลไม่น้อยอย่างหนึ่ง คือ การที่ Firefox ที่อ้างตลอดเวลาว่ามีความปลอดภัยสูงนั้นกลับมีจำนวนช่องโหว่ที่ถูกพบสูงกว่า IE7 เกือบสองเท่าตัว ถ้าหาก Firefox สนับสนุน ActiveX ด้วยคงยากจะบรรยาย สำหรับผู้ใช้ Windows Vista นั้น Firefox ล้มเหลวในการนำคุณสมบัติ Protected Mode มาใช้ ซึ่งต่างไปจาก IE7 คุณสมบัติอื่นเช่น Anti-phishing กลายเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ต้องมีทุกเบราว์เซอร์ซึ่งผมจะไม่นำมาพูดถึง

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ ระยะเวลาที่ใช้ในการ patch ช่องโหว่แต่ละครั้ง โดยภาพรวม Mozilla ใช้เวลาไม่มากในการ patch ขณะที่ไมโครซอฟท์จะใช้เวลาเฉลี่ย 1 เดือนหรืออาจทอดไปเป็น 3 เดือน ซึ่งเท่ากับเป็นการเปิดช่องว่างให้มีการออกแบบมัลแวร์หรืออย่างอื่นเพื่อโจมตีได้กว้างขึ้น แต่ในทางกลับกันระยะเวลาที่ทอดยาวออกไปหลัง patch แล้ว IE จะไม่มีปัญหาอย่างอื่นตามมา เนื่องจากผ่านกระบวนการทดสอบที่นานกว่า ขณะที่การ patch ภายในระยะเวลาอันสั้นของ Firefox บ่อยครั้งที่นำปัญหาอย่างอื่นตามมา หรือกลายเป็นการสร้างช่องโหว่ใหม่ เวลาสั้นยาวของ time-to-patch อาจจะชี้จุดวิกฤตของความปลอดภัย เนื่องจากเมื่อช่องโหว่หนึ่งถูกรายงานและรับทราบโดยทั่วไป ความอันตรายย่อมมีสูงกว่าขณะที่ยังไม่เป็นที่ทราบ แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อไม่มีรายงานจะตีความเอาว่าเท่ากับปลอดภัย เพราะอาจถูกพบและโจมตีโดยมือดีเมื่อใดก็ได้

ประเด็นชวนคิดประการหนึ่งจากรายงานของ Jeff Jones คือ ช่วงเวลาสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์จะยาวกว่า โดยการอ้างอิงกับระบบปฏิบัติการ ขณะนี้ระยะเวลาสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของ Mozilla นั้นสั้นแค่ 6 เดือนหลังออกเวอร์ชั่นใหม่ ในแง่หนึ่งอาจมองได้ว่าเป็นการผลักให้ผู้ใช้อัพเกรดซอฟท์แวร์เพื่อได้รับการสนับสนุนรวมถึงได้ใช้คุณสมบัติใหม่ ซึ่งสามารถมองในแง่ดีได้ แต่อีกด้านขึ้นกับว่าความสามารถในการอัพเกรด ถ้าไม่สามารถอัพเกรดได้เนื่องจากเวอร์ชั่นใหม่ไม่สนับสนุนสำหรับระบบปฏิบัติการนั้นๆ การณ์ก็จะกลายกลับเป็นว่าถูกทิ้งไว้ข้างหลัง อยู่กับซอฟท์แวร์ที่มีช่องโหว่และมีปัญหาด้านความปลอดภัย (ใครอย่าเพิ่งแทรกว่าก็เปลี่ยนไปใช้ Ubuntu สิ ธีมสุดคลาสิคนี้ขอละไว้เถอะครับ ไม่ได้ง่ายสำหรับทุกคนหรอก) ผมค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นว่าไมโครซอฟท์ยังสนับสนุน IE 5.01 ของ Windows 2000 SP4 โดยออก เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

ข้อเตือนใจประการหนึ่ง คือ ไม่ว่าเป็นผู้ใช้ IE7 หรือแฟนคลับ Firefox ควรต้องมีความระวังตัวอย่างสูงในการท่องเว็บ ควรรู้วิธีการที่ปลอดภัย อัพเดตทุกครั้งที่มี patch ออกใหม่หรืออัพเกรดเป็นเวอร์ชั่นใหม่เมื่อทำได้

Firefox 2 vs. Internet Explorer 7: Security โดนไป 34 ดอก

  1. tan ว่า:

    Opera ป็นหลัดผันตัวมาใช้ Opera แทน Firefox ไม่มีข่าวช่องโหว่ Opera บ้างหรือ ถ้ามีไม่รู้จะเยอะหรือป่าว คนก็ไม่ค่อยได้ฮิตเจ้า Opera นี้เท่าไรทั้งทีมันมีครบเกือบหมดทุกอย่างโดยที่ไม่ต้องหามาเพิ่ม
    เหมือน Firefox แต่ก็ว่าไปแล้วมันแล้วแต่คนชอบและถูกใจมากน้อยแค่ไหนเท่านั้น ประสบการณ์คือตัวกำหนดว่าจะใช้อะไรเหมาะกับคุณที่สุด :555+:

  2. n-blue™ ว่า:

    Opera มีช่องโหว่ครับ แต่อาจจะมีน้อยกว่าค่ายอื่นเขา เป็นตัวเลือกที่ดีครับ แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ดังหรือไม่โดน อาจเป็นเพราะกลยุทธ์ทางการตลาดด้อยกว่า Firefox ก็ได้ อีกอย่างอาจเพราะเป็นของบริษัทไม่ใช่โอเพ่นซอร์สทำให้ฐานเสียงน้อยกว่า วันก่อนเพิ่งเห็นข่าวร่ำๆ ว่ายื่นฟ้อง EU ให้ไมโครซอฟท์ถอน IE ออกจาก Windows โดยรวมๆ ที่ใช้งานผมรู้สึก (เอาเอง)นะครับว่า Opera ดีกว่า Firefox :ขยิบ:

  3. Pex ว่า:

    ผมว่ามันเป็นที่พฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตของแต่ละคนด้วยล่ะคับ ของอย่างนี้ จะไปหวังให้เบราเซอร์ฉลาดปราดเปรื่องเกินสมองมนุษย์คงไม่ได้ ดังนั้นใช้อะไรก็ใช้ไป เอาให้เหมาะให้สม และระมัดระวังในการใช้อินเตอร์เน็ตให้ดีก็พอ (มั้ง อิอิอิ)

    อืม..ผมว่าทั้ง IE และ Firefox ก็มีข้อดีของแต่ละตัวที่ต่างกันไปครับ สำหรับ Windows User ก็เลือกได้หลายยี่ห้อหน่อย ส่วน Linux ก็ไม่มี IE ให้ใช้ เวบไหนที่ IE Only บอกลาได้ก็บอกลาไป ดัดนิสัยพวกทำเวบไซด์แบบมักง่ายก็ดีเหมือนกันครับ อิอิอิ

    สำหรับ Opera ผมติดนิดเดียวจริง ๆ ตรงที่มันไม่สามารถปรับแต่งหน้าตาและความสามารถได้ยืดหยุ่นเท่า Firefox ไม่งั้นก็คงใช้อะคับ พยายามมาหลายทีแล้วแต่เหลวตลอด

    งานนี้ถ้า IE ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นไปตามมาตรฐานกลางมากที่ีสุดเท่าที่จะมากได้ สงครามเบราเซอร์คงจบครับ เพราะใช้อะไรเปิดก็ได้เหมือนกัน สบายใจคนใช้ดี (ซึ่งวันนั้นคงไม่มี..ละมั้ง)

  4. lunakizz ว่า:

    ไม่เคยลอง opera เหมือนกันฮะ ไว้มีโอกาสจะลองดู

    ตอนนี้ยังไงก็เชียร์ firefox ฮะ IE7 มันช้าน่าดูเลย ทำไรก็ไม่ค่อยได้ แปปๆก็จะค้าง

    ไม่ไหวๆ

  5. n-blue™ ว่า:

    @lunakizz
    ส่วนใหญ่ที่สังเกตนะครับ ปัญหาค้างหรืออะไรมาจากเว็บที่โค้ดด้วย table ซับซ้อนกับ Adobe Flash อย่างหลังตัวปลั๊กอินแฟลชเป็นตัวฆ่าไออีเลยล่ะครับ

    ลอง Opera เผื่อจะติดใจ :ขยิบ:

  6. Nice from Thailand ว่า:

    ข้อมูลละเอียดดีมากค่ะ (^^)b
    อยากจะลง IE7 ควบ IE6 เหมือนกัน แต่กลัวมีปัญหา บวกกับตอนนี้ยังไม่มีความจำเป็นอะไรเท่าไร

    ป.ล. แก้คำผิด ย่อหน้า 2 พล่า(กุ้ง) => พร่า :ดำ:

  7. n-blue™ ว่า:

    แก้เรียบร้อยครับ ขอบคุณมากครับ
    IE7 บน XP จะมีข้อด้อยกว่าบนวิสต้า น่าจะอย่างเดียว คือ ไม่มี Protected Mode ที่จะเป็นเกราะคุ้มกันคนใช้

  8. lunakizz ว่า:

    ขอบคุนฮะลุงเน เดี๋ยวลอง Opera ดูก่อนฮะ 555+

  9. CybErPunK ว่า:

    -*-

    ปกติใช้ ie6 work สุดแระ

    ie7 มีปัญหาเรื่องการแสดงผล (ตอนทำเว็บ -*-)
    FF มักจะเจอปัญหา memory leak แล้วก็ปิดตัวเองประจำ แต่มี tools ดีดีเยอะ ๆ เลยใช้เฉพาะเมื่อจำเป็น

    ไม่มีอะไรที่ดีที่สุดในโลกครับ ^___^ เหมือนคนเรามีดีต่างกัน

    ps. แง้ววว อยากฝากแบนเนอร์จังเล้ยยย

  10. n-blue™ ว่า:

    เอามาสิ ไม่คิดตั้งค์ซักหน่อย :ขยิบ:

  11. Jacky ว่า:

    ใช้เท่าที่มีให้ใช้ดีก่า :เจาะๆ:

  12. fat ว่า:

    เชียร์ opera :555+:

  13. Maxtrix™ ว่า:

    ใช้ไปเถอะอย่าซีเรียส

    ใช้ หมาย่าง

  14. Dark master ว่า:

    [quote]ตัวปลั๊กอินแฟลชเป็นตัวฆ่าไออีเลยล่ะครับ[/quote]

    IE7 ในเครื่องผมก็มักจะ restart เองกับตัวนี้เลย..โหลด flash ตัวใหม่มาลงก็ไม่หาย… :ม่ายๆ:

  15. iNhumBa ว่า:

    ผมใช้ทั้ง IE6, IE7 และ FF (แต่ Opera ไม่เคยใช้) รู้สึกว่าแต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียต่างๆกันไปนะ ส่วนเรื่องความปลอดภัย ผมเห็นด้วยกับคุณ Pex ว่าอยู่ที่พฤติกรรมของคนเล่นอินเตอร์เนต บางคนไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้ เช่น (เด็กๆ)ตามร้านอินเตอร์เนต หรือไม่ใช่คนในวงการฯ พอเห็นอะไรเด้งขึ้นมาปั๊บ สีสันสวยงามล่อตาล่อใจหรือมีข้อความชวนคลิ๊ก ก็กดซะ

  16. nzgul ว่า:

    หลังจากใช้เวลาลองกับ browser หลายตัวมานาน พอควร
    สุดท้ายก็มาจบที่ opera เพราะว่า มันครบครันดี
    แล้วก็ไม่ค่อยจะได้ยินว่า opera มีรูรั่ว

    แต่อย่างว่า opera มีส่วนแบ่งในตลาดน้อยกว่า สองตัวเยอะ
    เลยไม่ค่อยมีรายงานหรือเปล่า
    ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากเห็นคนเอาทั้งสามตัวมาเทียบกันเหมือนกัน

    ปล . อ่านมานาน เวบนี้มานาน ขอโพสสักที

    ชอบอ่านมานานหละเวบนี้ ขอเป็นกำลังใจให้นะ

  17. n-blue™ ว่า:

    ขอบคุณมากครับ
    หากมีโอกาสจะลองรวบรวมของ Opera ด้วย น่าจะพอหาข้อมูลได้
    ถ้าพูดเรื่องมาตรฐานและเทคโนโลยีใหม่ๆ ต้องยกให้ Opera (ไม่ได้เชียร์นะครับ) ถ้าความจำผมไม่คลาดเคลื่อนคนนำเรื่อง tab มาใช้เป็นรายแรกก็น่าจะใช่ Opera อีกเช่นกัน

    ขอบคุณสำหรับกำลังใจอีกครั้งครับ :ดำ:

  18. EARTHLAO ว่า:

    ผมว่า FF อาจจะปลอดภัยกว่า IE ก็ได้ แต่ด้วยความที่ว่า ไปโฆษณาซะปลอดปลอดนั้นปลอดนี้ คนใช้ก็คึกขึ้นมาทันที เข้าเว็บล่อเป้าทั้งหลายแหล่ (ตอนใช้ IE ยังไม่เคยเข้า ) ประมานนี้ สุดท้าน พรุน !!! :อ๋าย:

  19. n-blue™ ว่า:

    ข้อนี้น่าคิด เคยฟังมาว่า มีคนถือคตีมี FF ไว้ลุยเว็บประมาณที่ว่า ชักสงสัยถึงยางแตกซะขนาดนี้แล้วเป็นไงกันมั่งไม่รู้

  20. pong ว่า:

    ff ก็เคยใช้ครับแต่รุ้สึกว่าค่อนข้างจะมีปัญหาไม่ทราบว่าเป็นที่ตัวโปรแกรมหรือว่าระบบวินโดว์ส ผมใช้

    วิสต้าครับเพราะเท่าที่ทราบff2จะไม่ค่อยเข้าหรือใช้ได้ไม่ดีกับวิสต้า แต่ff3beta ไม่ทราบเหมือนกันว่า

    จะเป็นอย่างไร ใครที่่มีความรุ้ก็บอกกันด้วยนะครับ

  21. Ryo ว่า:

    ของผมเองใช้ Safari เป็นหลักครับ ไม่มีปัญหาอะไรเท่าไหร่ ยิ่งไม่ค่อยได้เข้าเว็บไทยอะไรเยอะด้วย ^^)

    ช่องโหว่ ช่องแหว่ บางอย่างมีอยู่ ก็ไม่ได้มีผลกระทบกับชีวิตเท่าไหร่

    ใช้ Safari เพราะรู้สึกว่าใช้แล้วลื่นกว่าตัวอื่น อย่าง FF ใน Mac ก็ยังรู้สึกหน่วงๆ NS ก็ช้า Opera เร็วดี แต่การแสดงผล และ UI มันไม่ค่อย Mac เท่าไหร่ ^^)

  22. ooooo ว่า:

    คิดว่าต้นต้อที่คนโดนเห็บเหา ผมว่าส่วนน้อยครับที่สาเหตุจะมาจากรูโหว่ของเว็บบราวเซอร์เพียวๆ
    แต่สาเหตุจริงๆที่คนโดนของกัน ผมคิดว่า
    1.ติดต่อผ่านการส่งข้อมูลทาง Flash Drive, CD
    2.โหลด-ลงโปรแกรม,แคร้ก ที่มีส่วนผสมของไวรัสมาลงเครื่อง

    ถ้าเป็นเพราะ 2 สาเหตุนี้ ถึงใช้เว็บบราวเซอร์ระดับเทพเจ้าประทานพร ยังไงก็พรุนครับ
    เพราะมันคือเว็บบราวเซอร์ ไม่ใช่โปรแกรมกำจัดไวรัสซักกะหน่อย :เบี้ยว:

    ส่วนผมยังไงก็(คงต้อง)เชียร์ Firefox ครับ เพราะถ้าผมไม่เชียร์ ก็ไม่รู้ว่าผมจะทำเว็บนั้นไปทำไม :ฮือ:

  23. tan ว่า:

    คุณ nzgul คิดแบบผมแหะ :เหอะๆ: เราไม่ต้องไปลงอะไรเพิ่มเติ่มก็ได้ใช้แบบสมบูรณ์แล้ว
    ทาง Opera เขาก็คงคิดถึงคนที่ไม่ค่อยจะมีความรู้ด้าน IT มากนักมั้ง เลยจัดอะไรมาอยู่ใน Browser ตัวนี้
    ไว้อย่างครบมือเท่าที่จำเป็น อย่าง FF ถ้าลง Extensions มากไปก็ทำให้ FF แดกแรมไปเยอะพอสมควร
    ถ้าจะให้คนรู้จักพอประมาณผมว่ามันก็เป็นเหมือน การที่เราดูดเพลงดูดหนังจากเน็ตนั้นละ มีอะไรใหม่ๆ ก็อยากที่จะลองดูบ้าง เหมือนคนอื่นๆเขา Themes ของ FF นิก็กินแรมไปเยอะพอสมควร Themes IE7
    ง่ะแหละแดกเยอะมาก Themes Opera เบาสบายเลย แต่มีให้เลือกน้อยไปหน่อยแต่ก็ไม่เป็นไร
    สุดท้ายนี้ก็ต้องดูกันต่อไปว่า “Opera” จะตีคู่ IE* กับ FF* ได้หรือไม่ :แว่นดำ:

  24. adamy ว่า:

    เรื่องของช่องโหว่หรือรูรั่วนั้นผมคิดว่าทุกโปรแกรมบนโลกจะต้องมีครับ มันเป็นเรื่องทางธรรมชาติที่โปรแกรมมันจะต้องมี Backdoor หรือรูให้เจาะเข้าไป

    แต่สิ่งที่ผมว่าเป็นเกราะคุ้มกันที่ดีที่สุดคือการที่เราระมัดระวังตัวเองในการใช้เน็ตครับ

    บริษัทของผมมีทั้งเครื่อง Mac Win32 Win64 และพวก xBuntu ทั้งหมด ( รวม Fluxด้วยนะครับ ) รวมถึง Opera Safari Firefox IE และ Browser เล็กๆอย่างพวก Maxthorn Shiira แล้วก็พวก Mobile Browser ทั้งหลาย (แบบว่าต้องลอง Test การใช้งานของเว็บน่ะครับเลยต้องลองมันหมดเลย)

    ส่วนตัวแล้วผมเองจะชอบ Firefox มากที่สุดครับ อาจจะเป็นเพราะ Extension ที่ชอบมักจะอยู่ที่นี่ แล้วก็ผมเองไม่ใช่คนที่จะไปพยายามทำให้ใครมา Remote Execution อะไรบนเครื่องผมนักครับ อีกทั้งยังมี Firewall กันไม่รู้กี่ชั้นต่อกี่ชั้น (อย่างต่ำก็ 4 ครับ ไม่นับรวมที่มีในเครื่องอีก) ดังนั้นเรื่องพวกนี้เลยสบายใจได้บ้างในระดับนึง

    Opera เองมีปัญหาในการแสดงผลอยู่บ้างครับ Presto นั้นยังสามารถพัฒนาได้มากกว่านี้อีกครับผมว่า

    ส่วน Trident Based เช่น IE นั้นมักจะตกเป็นเป้าสายตาอยู่เสมอรวมถึงการแสดงผลที่ไม่ค่อยจะดูดีนักถ้าสร้างเว็บจากมาตรฐานปกติ ถ้า Trident สามารถ Render งานได้ดีกว่านี้จะสามารถเป็นเจ้าตลาดได้ง่ายๆครับ เรื่องความปลอดภัยนั้นคงต้องนับเป็นตัว Browser ไป … ซึ่งถ้าคนระวังตัวหน่อยนั้น IE ก็ใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไรครับ อาจจะลงตัว Firewall ดีๆช่วยกันไว้ก็ดีนะครับ

    พวก Gecko Based เองก็ดีครับเนื่องจากเป็น Opensource …. มันเลยแก้ปัญหาได้เร็วบ้างช้าบ้างเช็คกันไปๆมาๆอยู่้ตลอดเวลา Security Update ก็สม่ำเสมอดีช้าบ้างเร็วบ้างครับ

    แต่ท้ายสุดแล้ว …. ผมว่าหลายๆคนที่เขียนข่าวอาจจะตื่นตัวกันก่อนเหตุการ์ณมากเ้กินไปหรือเปล่าครับ ….. เพราะย้อนกลับไปสู่บรรทัดแรกที่ผมเขียนก็คือว่าทุก Program มันมี Backdoor …. ดังนั้นไม่ว่าจะอุดอย่างไรมันก็ยังมีทางเข้าไปทำอะไรบางอย่างอยู่ดี เพียงแต่ว่าผลเสียหายที่เกิดขึ้นกับเรื่องพวกนี้นั้นมันสูงหรือเปล่า ?

    มันอาจจะเป็นเำำพียงแค่การ Discredit กันไปๆมาๆเพื่อผลทางการตลาดมากกว่ากระมั้งครับ ?

    ( ใช้มันมาตั้งนาน ไม่รู้กี่เวอร์ชั่นต่อกี่เวอร์ชั่น …. ไม่เคยโดนอะไรกับเค้าซักทีครับ … เครื่องก็เคยติดไวรัสประปราย แต่ไม่เคยแก้ไม่ได้ สปายแวร์ก็ไม่ค่อยโดน โดนทีก็ลบออกไม่เกินวัน … ก็เลยไม่ค่อยเห็นว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องน่าตื่นตระหนกน่ะครับ )

    ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

  25. n-blue™ ว่า:

    ขอบคุณสำหรับความเห็นยาวๆ ครับ ได้สาระและมุมมอง :แว่นดำ:

    ถ้าอ่านเนื้อหาที่เขียนอย่างละเอียดจะเห็นว่าผมไม่ได้มุ้งเน้นโจมตี แต่กระตุ้นเตือน เหตุหนึ่งเพราะมีผู้ใช้ส่วนหนึ่งใช้ไฟร์ฟอกซ์เพื่อลุยเป็นการเฉพาะ ซึ่งเรื่องนี้ควรระวัง และไม่อยากให้เชื่ออะไรเกินจริง เรื่องดิสเครดิตกันผมเห็นว่าไม่ได้ประโยชน์แต่การเปิดข้อมูลที่มีอยู่จริงให้คนใช้งานเห็นเพื่อได้เพิ่มความระมัดระวังเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า และคิดว่าการเป็นโอเพ่นซอร์สจำเป็นต้องแตะต้องได้ (อย่างเมื่อสามารถที่จะเอาคุณสมบัติมาเปรียบเทียบให้เห็นได้ ช่องโหว่ที่พบก็ควรถูกเอามาแบให้เห็นได้เช่นกัน)

    อีกประเด็นไม่ว่าจะเป็นโอเพ่นหรือปิดซอส ผมมองว่าเป็นเพียงแค่ “เครื่องมือ” สำหรับใช้งานนั้น :ขยิบ:

  26. lunakizz ว่า:

    ลอง opera แล้วฮะ ใช้โพสอยู่ด้วยฮะ ลุงเน :เหอะๆ:

    ผมว่าก็โอเคนะ ชอบเลยแหละ เพียงแต่ว่า…

    คีย์ลัดเปลี่ยนแทบมันพิกลๆยังไงอยู่ แถมไมมี google toolbar ตัวเดียวกับ firefox หรือ ie ด้วยอ่ะ…

    ยังงี้เรยไม่รู้เรย pr เวบเท่าไร 555+

    สรุปโดยรวมก็โอเคฮะ ชอบเลยล่ะ ตอนนี้ใช้สลับกับ firefox ฮะ ขอบคุนลุงเนที่แนะนำของใหม่ให้ลองฮะ เดี๋ยววันไหนว่างๆจะลองเขียน review Opera ดูฮะ ขอบคุนฮะ

  27. n-blue™ ว่า:

    ลองเขียนดูครับ เป็นทางเลือกที่ดีทางเลือกนึง
    PR มันอัพเดตทุก 3 เดือน จะเช็คทำไมทุกวันครับ :แลบๆ:

  28. SE7EN ว่า:

    ที่คุณห้าโอว่ามา ไนซ์ว่ามันไม่ค่อยเกี่ยวกับ browser security ที่กำลังถกกันอยู่ไม่ใช่เหรอคะ โดยเฉพาะข้อแรก :เบี้ยว:

    เห็นด้วยกับคุณ tan และ nzgul ที่ว่าโอเปร่าไม่ต้องลงอะไรเพิ่ม ก็ใช้งานได้สะดวก
    แต่ถ้าไนซ์อยู่โหมด web dev ก็ต้องพึ่ง ext FF ล่ะนะ สะดวกดี (แต่ FF ไร้ ext นั้นไม่ค่อยมีน้ำยา ขนาดเรื่องจัดการแท็บหรือ mouse gesturing ยังต้องลง ext เลย)

    Nice

  29. ooooo ว่า:

    จากข้อ 1 มันไม่เกี่ยวกับ Web browser ก็จริงครับ
    แค่จะชี้ให้เห็นว่าเรื่อง Security ไม่จำเป็นจะต้องมีสาเหตุมาจากรูรั่วของบราวเซอร์อย่างเดียว

    ดังนั้นก็ไม่ถูกต้ิองเหมือนกัน ที่พอมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยในเครื่องเรา
    แต่มาโยนขี้ว่ามันเป็นความผิดของ IE (หรือ Firefox) อย่างเดียว
    เพราะสัมผัสมาหลายคน ที่มักจะแนะนำคนอื่นให้เปลี่ยนมาใช้ Firefox ด้วยการพูดว่า
    “ใช้ Firefox สิครับ ปลอดภัยกว่า” ซึ่งผมว่านั่นมันก็ถูกเพียงส่วนเดียว
    (หรืออาจจะผิดเต็มๆเลยก็ได้ ถ้า Firefox ใช้แล้วไม่ได้ช่วยทำให้ปลอดภัยขึ้น)

    ธรรมชาติของคนเล่นเน็ตทั่วไปในไทย (ที่ไม่ใช่ธรรมชาติของ Greek นะ) มักไม่ค่อยจะเข้า
    เว็บสุ่มเสี่ยงหรอกครับ แต่ส่วนใหญ่ที่โดนๆกัน ก็มาจากเหตุผล 2 ข้อข้างบนนี่แหละ
    ผมเลยมองว่านี่มันเป็นประเด็นทางการตลาดมากกว่า หากเว็บบราวเซอร์นั้นมันไม่รั่วแบบฟ้าถล่มน่ะนะ
    (แต่ยังไงฝ่าย Security ก็คงต้องทำงานกันต่อไปนะครับ จะได้เอาเรื่องนี้ไปโฆษณาโจมตีอีกฝ่ายกันได้)

    สุดท้าย… ถ้ายังไงเกิดเบื่อทั้งคู่ Opera ผมก็ว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีครับ…

  30. ooooo ว่า:

    อุ๊ย พิมพ์ Greek ผิด กลายเป็นชาวกรีกไปเลย :555+:

  31. แมวดำ ว่า:

    :เหอะๆ: สวัสดีปีใหม่ลุงพุงย้อย :ดำ:

  32. aima-kun ว่า:

    ปัจจุบันใช้หมาย่างครับ

    โดยปกติใช้ Browser ทั้งดู ทั้งเทส หลายอย่าง (web dev)
    ก็ลองกันมาทุก version ของทั้ง 3 ยี่ห้อเลย (beta มาทีไรก็ไปลอง)

    ส่วนตัวชอบอย่างสองอย่างครับ
    - IE7 : สะดวกดี เดี๋ยวนี้ไปที่ไหนก็มีให้ใ้ช้ (ค้างบ่อยมาก เจอเว็บห่วยๆ ทีนึงบินเลย)
    - FF2 : ใช้ง่าย Tab ก็มี Extension ก็เพียบ (Extension เยอะไปก็กินแรม)
    - Opera9.50 beta1 : เรียบง่าย โหลดเร็วสุดๆ (แสดงผลไม่ซ้ำใคร - -”)

    หลังๆ กลับมาใช้ FF3 Beta 2 เพราะ Opera มันชอบค้างครับ ไม่รู้เพราะอะไร
    (หรือเปิด Tab มากไปหว่า? 5-6 Tab ก็ค้าง)

  33. tk2008 ว่า:

    คุณใช้แชมพูยี่ห้ออะไร
    แฟนคุณใช้ยี่ห้ออะไร
    เพื่อนคุณใช้ยี่ห้ออะไร
    คนรอบข้างใช้ยี่ห้ออะไร
    ไอ้ที่ดีที่สุดกับคนนึงอาจห่วยที่สุดกับอีกคน ไม่เห็นแปลก
    ผมยังใช้ยาสีฟันตั้งหลายยี่ห้อ
    ก็ยี่ห้อนึงแก้กลิ่นปาก
    ยี่ห้อนึงแก้โรคเหงือก
    ยี่ห้อนึงทำให้ฟันขาว
    พอใช้รวมกันมันก็ดีกว่าใช้อย่างเดียว

    พูดถึงบราวเซอร์ผมก็ใช้มันทุกตัว
    แล้วแต่ลักษณะการใช้งาน
    แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือต้องมี ตัว Antivirus เท่านั้นเอง

    ผมว่าปัญหาที่เกิดกับคนใช้ FF (ผมเดาเอาถ้าไม่จริงก็แล้วไป)
    ไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องโปรแกรม Antivirus เพราะคิดว่าปลอดภัยดีแล้ว
    ในขณะที่คนใช้ IE จะใส่ใจในเรื่องนี้ ก็เลยทำให้คนใช้ IE มีความพร้อมมากกว่ามั้ง

    และข้อดีของ IE ที่โหลดช้าอาจเป็นเพราะกำลังวิเคราะห์ว่ามีไวรัสมารึเปล่า
    ถ้ามีมาก็ต้องรุมกระทืบก่อน ก็เลยมาสาย

    :เจาะๆ:

  34. UY ว่า:

    :Oo: ลองใช้ Avant Browser สิครับ ผมใช้ IE7 แล้วค้างบ่อยมากเลย FF ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ค้างนะค้างบ่อยเหมือนกัน พอผมเปลี่ยนมาใช้ avant แล้วรู็้้สึกดีขึ้นเยอะเลยครับ

1 Trackbacks/Pingbacks

  1. CSN : CPE SKE News » Blog Archive » แน่ใจแล้วเหรอ ว่า Firefox security ดีกว่า IE