การเปลี่ยนแปลงใน Windows Vista Service Pack 1 ที่สังเกตได้มีจำนวนมาก แต่มีไม่มากนักที่มีผลต่อผู้ใช้ทั่วไปโดยตรง ซึ่งผมแปลเรียบเรียงมาจากเอกสารเผยแพร่ของไมโครซอฟท์สำหรับผู้ใช้วินโดว์วิสต้าทั่วไปที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับภาษาอังกฤษนัก

โดยภาพรวมส่วนที่มีผลต่อผู้ใช้โดยตรงและสังเกตได้ชัดเจน ได้แก่ ความเร็วในการคัดลอกไฟล์ทำได้เร็วขึ้น ไม่มีการค้างช่วงสั้นๆ ถ้ามีการทำงานหลายอย่างเกี่ยวกับไฟล์เช่น ลบ ย้าย คัดลอก การ resume จาก sleep mode ทำได้เร็วขึ้น การเปลี่ยนกลับจาก photo screensaver เร็วขึ้น การดูภาพโดยเรียกจาก Windows Photo Gallery ไม่ค้างชั่วคราวเหมือนก่อน การเปิดภาพขนาดใหญ่เร็วขึ้น เป็นต้น

Hardware Ecosystem & Enhancement

  • รองรับมาตรฐาน UEFI (Unified Extensible Firmware Interface) PC firmware ใหม่สำหรับระบบ 64 บิต รองรับการทำงานบางส่วนสำหรับ BIOS firmware รุ่นเก่า รองรับการติดตั้ง Windows Vista SP1 บนดิสก์ที่มีฟอแมทแบบ GPT บูตและคืนสถานะจาก hibernate ผ่าน UEFI firmware
  • รองรับการบูตผ่านเครือข่าย x64 EFI network boot
  • รองรับเวอร์ชั่น 34 บิต ของ MSDASQL ที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม OLEDB ไปยังไดรเวอร์ ODBC ที่หลากหลาย ทำให้การย้ายแอพพลิเคชันจากระบบ 32 บิตไปยัง 62 บิตทำได้ง่ายขึ้น
  • รองรับ Direct3D 10.1 เวอร์ชั่นอัพเดตของ Direct3D 10 ที่ขยาย API ให้รองรับคุณสมบัติใหม่ๆ ของฮาร์ดแร์ รองรับแอพพลิเคชั่นที่เป็น 3D
  • รองรัง exFAT ระบบไฟล์แบบใหม่ที่รองรับความจุและขนาดไฟล์ที่สูงขึ้น
  • รองรับ SD Advanced DMA (ADMA) บน compliant SD standard host controllers กลไกการส่งถ่ายใหม่นี้จะปรับปรุงประสิทธิภาพการขนถ่ายข้อมูลและลดการทำงานของซีพียู
  • รองรับการสร้างแผ่นบูตดีวีดีที่สามารถบูตผ่าน BIOS หรือ EFI
  • เพิ่มไอค่อนและป้ายสำหรับไดรว์ HD-DVD และ Blu-ray
  • รองรับ Windows Media Center Extenders รูปแบบใหม่ๆ เช่น โทรทัศน์ดิจิตัล หรือเครื่องเล่นดีวีดีผ่านเครือข่าย
  • เพิ่มความสามารถ MPEG-2 decoder ให้รองรับ content protection ผ่าน user accessible bus บนเครื่อง Media Center ที่ติดตั้งอุปกรณ์ Digital Cable Tuner
  • เพิ่มความสามารถให้ Netproj.exe ปรับขนาดความละเอียดหน้าจอชั่วคราวให้เข้ากับความละเอียดของจอโปรเจ็คเตอร์

ปรับปรุงความน่าเชื่อถือของระบบ

  • SP1 แก้ปัญหาที่ทำให้เครื่องค้างหรือแฮงที่พบบ่อยใน Windows Vista ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับ Windows Calendar Windows Media Player และไดรเวอร์บางตัวที่มากับวิสต้า
  • ป้องกันข้อมูลสูญหายหลังสั่ง eject ไดรว์ ที่เป็น removable-media ซึ่งถูกฟอร์แมตแบบ NTFS
  • ปรับปรุงความน่าเชื่อถือของการเชื่อมต่อ IPSec ผ่าน IPv6
  • แก้ปัญหาไดรว์หยุดทำงานทั้งที่ยังส่งชุดข้อมูลไม่เสร็จโดยเพิ่มเวลาในการส่งมากขึ้นหรือยกลิกชุดข้อมูลก่อนหยุดทำงาน
  • ปรับปรุงอัตราความสำเร็จในการเชื่อมต่อ wireless ad-hoc connection (การเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ผ่านระบบไร้สาย)
  • ปรับปรุงความสำเร็จในการเชื่อมต่อ peer-to-peer  เช่น Windows Meeting Space หรือ Remote Assistance  เมื่อเครื่องทั้งคู่อยู่หลังไฟล์วอลล์
  • ปรับปรุงระบบการแบ็คอัพไฟล์ โดยเพิ่มไฟล์ที่มีการเข้ารหัส EFS เข้าในระบบแบ็คอัพ
  • ถามเพื่อเข้าร่วม Customer Experience Improvement Program (CEIP) อีกครั้ง หลังติดตั้ง SP1 กรณีที่ผู้ใช้ไม่ได้เข้าร่วมตั้งแต่ต้น

ปรับปรุงประสิทธิภาพและการใช้พลังงาน

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการดูไฟล์เครือข่ายโดยลดการใช้แบนวิดท์
  • ปรับปรุงการใช้พลังงานเมื่อไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่จอ โดยให้โปรเซสเซอร์อยู่ในสถานะพัก (sleep state) ซึ่งใช่พลังงานน้อยลง
  • แก้ปัญหาที่เกี่ยวกับ Video chipset (VSync interrupt) ที่ทำให้ระบบไม่สามารถอยู่ในสถานะพักได้
  • ปรับปรุงการใช้พลังงานและยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ โดยแก้ปัญหาที่ให้ใช้ฮาร์ดดิสก์ไม่ลดความเร็วในการหมุนเมื่อควรต้องลดความเร็วในบางสถานะการณ์
  • ปรับปรุงการบีบหรือแตกโฟลเดอร์ที่มีการบีบอัด
  • ปรับปรุงความเร็วในการย้ายไดเร็คทอรี่ที่มีไฟล์อยู่ภายในจำนวนมาก
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการคัดลอกไฟล์ซึ่งใช้ BITS (Background Intelligent Transfer Service)
  • ปรับปรุงสมรรถนะ ความเร็วในการคัดลอกไฟล์ในกรณี
    • เร็วขึ้น  25% เมื่อคัดลอกไฟล์บนดิสก์เดียวกันและเครื่องเดียวกัน
    • เร็วขึ้น 45% เมื่อคัดลอกไฟล์จากเครื่องที่ไม่ใช่ Windows Vista มายังเครื่อง Vista SP1
    • เร็วขึ้น 50% เมื่อคัดลอกไฟล์จากเครื่อง SP1 มายังเครื่อง SP1
  • ปรับปรุงการตอบสนองเมื่อมีการสั่งการหลายอย่างเกี่ยวกับไฟล์พร้อมกัน  เช่น ก่อนหน้านี้หากมีการคัดลอกไฟล์ภายหลังการลบไฟล์จำนวนหนึ่ง การคัดลอกไฟล์จะช้ากว่าที่ควรเป็น ใน SP1 ได้แก้ปัญหานี้
  • ปรับปรุงขั้นตอนการประมาณเวลาเมื่อคัดลอกไฟล์ภายใน Windows Explorer ลดลงประมาณ 2 วินาที
  • ปรับปรุงเวลาที่ใช้ในการอ่านไฟล์ภาพขนาดใหญ่ เร็วขึ้นประมาณ 50%
  • ปรับปรุงสมรรถนะของ IE เมื่อเข้าเว็บไซต์ที่มี Jscript จำนวนมาก
  • แก้ปัญหาที่อาจทำให้เกิดการดีเลย์ถึง 5 นาทีในฮาร์ดิสก์ที่เป็น ReadyDrive บางรุ่น
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของ Windows ReadyBoost โดยลดเวลาที่ใช้ในการคืนกลับจากสถานะ standby และ hibernate โดยเพิ่มปริมาณข้อมูลที่เก็บในอุปกรณ์ ReadyBoost
  • ปรับปรุง Windows Superfetch ซึ่งช่วยลดเวลาสำหรับการ resume ในหลายสภาพแวดล้อม
  • ในบางกรณี SP1 ลดเวลาที่ใช้ในการ shutdown ลง 2-3 วินาที
  • ปรับปรุงเวลาที่ใช้คืนสถานะจาก standby สำหรับบาง USB Hubs ประมาณ 18%
  • ปรับปรุงแบบแผนการเชื่อมต่อโดยการอัพเดตลอจิคซึ่งทำหน้าที่เลือกเครือข่ายที่จะเชื่อมต่ออัตโนมัติ เช่น เครื่องแลปทอปควรเลือกใช้เครือข่ายแบบสายหรือไร้สายในกรณีที่มีให้เลือกทั้งคู่
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการล็อกอินของเครื่อง corporate PC ขณะนำออกไปใช้นอกเครือข่าย อย่างเช่น นำเครื่องแลปทอปที่ใช้งานกับเครือข่ายที่ทำงานกลับไปใช้ที่บ้าน
  • ลดเวลาในการกลับสู่หน้าจอปกติหลังออกจาก Photo screensaver
  • เอาอาการดีเลย์ที่อาจเกิดขึ้นได้บางครั้งเมื่อทำการ unlocks 
  • ปรับปรุง media performance โดยภาพรวมด้วยการลด glitche จำนวนมาก
  • ใน SP1 ผู้ที่เป็น PC administrators  สามารถแก้ไขดัดแปลงค่า network throttling index value ของ MMCSS (Multimedia Class Scheduling Service) อนุญาตให้ปรับหาสมดุลย์ที่เหมาะสมระหว่างสมรรถนะของเครือข่ายกับคุณภาพการเล่นไฟล์เสียงและวีดีโอ
  • Windows Vista SP1 เพิ่ม compression algorithm ใหม่สำหรับ RDP (Remote Desktop Protocol) ช่วนลดแบนวิดท์ในเครือข่ายที่ต้องใช้เมื่อมีการส่ง bitmaps หรือ images ผ่าน RDP ซึ่งสามารถลด RDP stream ได้ถึง 25-60%
  • กระบวนการติดตั้ง Windows Vista SP1 จะลบข้อมูลเฉพาะของผู้ใช้ซึ่งถูกใช้โดยวินโดวส์ในการปรับสมรรถนะ ข้อมูลส่วนนี้อาจทำให้วินโดวส์ตอบสนองน้อยหลังติดตั้ง ซึ่งอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือวันก่อนจะกลับสู่สภาวะปกติ
  • SP1 ปรับปรุงสมรรถนะการปริ้นท์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี print driver ใหม่ อย่าง XPS-based printing

ปรับปรุงความปลอดภัย

  • รวมทุก Security Bulletin fixes  ที่มีผลกระทบต่อวิสต้าซึ่งปล่อยมาก่อนหน้านี้
  • SP1 รวมเอากระบวนการอัปเดต Secure Development Lifecycle
  • Service Pack 1 เพิ่ม API ซึ่งซอฟท์แวร์ด้านความปลอดภัยสามารถทำงานร่วมกับ Kernel Patch Protection บนวิสต้า 64 บิตได้
  • ปรัปรุงความปลอดภัยของการรัน RemoteApp
  • Data Execution Protection (DEP) ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันหน่วยความจำถูกปรับปรุงโดยใช้ Win32 API ชุดใหม่
  • ปรับปรุงความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่แสดงใน Windows Security Center (WSC) โดยอนุญาตให้เฉพาะแอพลิเคชั่นด้านความปลอดภัยที่ได้รับการรองเท่านั้นสื่อสารกับWSC
  • ปรับปรุงการเชื่อมต่อผ่านสายโดยเปิดใช้ single sign on (SSO) สำหรับเครือข่ายที่ได้รับการรับรอง single sign on experience จะทำให้การ log on ง่ายขึ้นและเพียงจุดเดียวแทนที่การต้องล็อกออนทั้งโลคอลและเครือข่าย
  • สำหรับลูกค้าที่อัพเกรดจาก Windows XP มายัง Windows Vista SP1 โปรแกรม MSRT (Malicious Software Removal Tool) จะไม่รันในขั้นตอนการอัปเกรด
  • ปรับปรุง cryptographic random number generation เพื่อรับ entropy จากหลายแหล่งมากขึ้น ซึ่งได้แก่ Trusted Platform Module (TPM) และแทนที่ general purpose pseudo-random number generator (PRNG) ด้วย AES-256 counter mode PRNG สำหรับทั้ง user และ kernel mode
  • ปรับปรุงความปลอดภัยในสมาร์ทการ์ดในกรณี
    • ใช้ระบบ PIN channel แบบใหม่เพิ่มความปลอดภัยในการเก็บข้อมูล PIN ของสมาร์ทการ์ดผ่าน PC
    • เพิ่มให้สมาร์ทการ์ดสามารถใช้ biometric authentication แทน PIN
  • ปรับปรุงความปลอดภัยบน Teredo interface โดยบล็อคทราฟฟิกไม่พึงประสงค์ (ค่าตั้งต้น)
  • ปรับปรุง BitLocker Drive Encryption โดยเพิ่ม multi-factor authentication method ซึ่งประกอบด้วยรหัสที่ถูกป้องกันโดย TPM (Trusted Platform Module) พร้อมกับรหัสเริ่มต้น (Startup Key) ที่ถูกเก็บใน USB ไดรว์และ Personal Identification Number (PIN) ที่ผู้ใช้สร้าง
  • เพิ่มความสามารถ BitLocker encryption ให้รองรับไดรว์อื่นนอกเหนือจากไดรว์ที่ใช้บูตระบบ (เฉพาะสำหรับ Enterprise และ Ultimate)
  • ปรับปรุง OCSP (Online Certificate Status Protocol)
  • เปิดให้ standard user สามารถเรียกใช้แอพลิเคชั่น CompletePC Backup
  • ปรับปรุง UI ของ Remote Desktop ใน Vista SP1 สำหรับ user และ server authentication

รองรับเทคโนโลยีและมาตรฐานใหม่

  • รองรับ cryptographic algorithms ที่เข้มข้นแบบใหม่ซึ่งถูกใช้ใน IPsec เช่น SHA-256, AES-GCM, และ AES-GMAC สำหรับ ESP และ AH, ECDSA, SHA-256, และ SHA-384 สำหรับ IKE และ AuthIP
  • เพิ่ม NIST SP 800-90 Elliptical Curve Cryptography (ECC) pseudo-random number generator (PRNG) ในรายการ PRNG ใน Windows Vista
  • เพิ่มการรองรับ SSTP (Secure Sockets Tunnel Protocol)
  • เพิ่มการรองรับ IEEE draft of 802.11n wireless networking เต็มรูปแบบ
  • เพิ่มการรองรับ Windows Smartcard Framework เพื่อสอดคล้องกับ EU Digital Signature Directive และ National ID / eID
  • เพิ่มการรองรับ Parental Controls Games Restrictions จัดเรตติ้งเกมส์จากเกาหลี
  • เพิ่มความสามารถในการรองรับของการ์ดเครือข่าย TCP Chimney ทำให้สามารถรองรับCompound TCP
  • เพิ่มการรองรับ Wireless Client สำหรับ FIPS (Federal Information Processing) compliant mode แบบใหม่
  • เพิ่มความสามารถให้ Windows Firewall และ IPsec ใช้ cryptographic algorithms แบบใหม่ซึ่งเป็น Suite B compliant
  • สำหรับ SP1 ไม่มีไดรเวอร์ออกใหม่ที่ปล่อยผ่าน Windows Update หรือโดยตรงจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รวมมาด้วย ยกเว้นไดรวเวอร์จำเป็นที่สำคัญที่ถูกรวมไว้ใน Windows Vista อย่างเช่นไดรเวอร์สำหรับการ์ดจอและการ์ดเสียง

Desktop Administration and Management

  • อนุญาตให้ทั้ง users และ administrators ระบุได้ว่าจะรัน disk defragmenter บนไดรว์ใด
  • อนุญาตให้ทั้ง users และ administrators ใช้งาน Network Diagnostics เพื่อแก้ปัญหาการแชร์ไฟล์ที่พบบ่อย นอกเหนือจากปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่าย
  • เปิดใช้การ polling ของ RMS server ที่ regular intervals เพื่อระบุ templates ใหม่ และดาวน์โหลดไว้ใน local template store
  • Windows Vista SP1 มี Security Policy (UAC: Allow UAccess) แบบใหม่ ซึ่งอนุญาตให้แอพพลิเคชั่น applications ร้องขอสถานะแอดมินโดยไม่ต้องใช้ secure desktop ในกรณีสำหรับการช่วยเหลือผ่านระบบรีโมตที่จะได้รับสถานะ administrative ในระหว่างการช่วยเหลือผ่าน Remote Assistance
  • อนุญาตให้ administrators ทำการคอนฟิก NAP Clients เพื่อ
    • รับอัปเดตจาก Windows Update หรือ Microsoft Update
    • ระบุเวลาที่ client จะใช้สำหรับการรับและยืนยัน Statements of Health
    • ใช้ DNS server records ในการค้น health registration authority (HRA) servers เมื่อไม่มี HRA’s configured ผ่าน local configuration หรือ group policy
  • อนุญาตให้ healthy clients ถูกใช้โดย Help Desk ในการสร้าง IPSec connections ไปยัง unhealthy machines เพื่อทำการแก้ไขปัญหา
  • อนุญาตให้ administrators ทำการเพิ่ม WSD (Web Services for Devices) Print Device กับเครื่อง Vista หรือ Server 2008 ปลาทางในเครือข่าย ดำเนินการผ่าน  Print Management Console
  • อนุญาตให้ administrators ใช้ admin flag แบบใหม่มรการอนุญาต WMI scripted enumeration สำหรับทุก contents ใน CSC cache
  • ปรับปรุงการสั่งปริ้นต์ไปยังเครื่องพริ้นเตอร์จากภายใน Terminal Server
  • อนุญาตให้ user เปลี่ยนชื่อหรือลบโฟลเดอร์ขณะทำงานแบบออฟไลน์กับ redirected folders
  • เพิ่มความสามารถ Vista EAPHost service โดยเพิ่ม EAP (Extensible Authentication Protocol) Certification Program (ECP) Detection Mechanism
  • เพิ่ม WMI interface เข้ามาแทนที่เครื่องมือ MoveUser.exe (ซึ่งถูกถอดออกจากวิสต้า) ช่วยให้ผู้ใช้ทำการ remap workgroup หรือ domain user account profile ที่มีอยู่เข้ากับ domain user account profile อันใหม่
  • อนุญาตให้ปรับแต่งค่าคุณสมบัติของเครือข่ายผ่าน Group Policy
  • อนุญาตให้ KMS (Key Management Service) รันภายใน Virtual Machine

Setup & Deployment Improvements

  • ทำงานในแบบ multi-lingual ง่ายขึ้นเนื่องจากเอาทั้ง 36 ภาษาเข้าไว้ด้วยกันใน SP1
  • ยูสเซอร์สามารถอัพเดต Help ผ่านแพ็คเกจที่แยกต่างหาก
  • เปิดการรองรับ hotpatching ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดการรีบูต ทำงานโดยอยุญาตให้สามารถอัปเดต Windows components (หรือ “patched”) ขณะที่ยังถูกเรียกใช้โดย running process ทั้งนี้ Hotpatch-enabled update packages ถูกติดตั้งผ่านวิธีการเดียวกันกับแพ็คเกจอัปเดตทั่วไปและไม่ทำให้เครื่องต้องรีบูต
  • ปรับปรุง OS deployment โดยอนุญาตให้วิสต้า 64 บิต สามารถติดตั้งจากระบบปฏิบัติการ 32 บิต
  • สนับสนุนการติดตั้ง offline boot critical storage drivers ซึ่ง WinPE จะค้นหาพาร์ติชั่นที่ซ่อนอยู่สำหรับไดรเวอร์ ถ้าพบ boot critical drivers จะถูกโหลดขึ้นมา
  • ปรับปรุงการติดตั้ง patch โดยทำการติดตั้งสำหรับอัปเดตที่ล้มเหลวในกรณีที่มีหลายอัปเดตรอการติดตั้งและมีตัวใดตัวหนึ่งล้มเหลวทำให้ไม่สามารถติดตั้งตัวอื่นได้และล้มเหลวตามไปด้วย
  • การติด OS ที่น่าเชื่อถือโดยการปรับ OS installers ให้เหมาะสมซึ่งจะรันเฉพาะเมื่อจำเป็นสำหรับการติดตั้ง patch การลดการทำงานของ installers ลดทำให้ความผิดพลาดระหว่างการติดตั้งลงด้วย
  • ปรับปรุงเวลาที่ใช้โดยรวมสำหรับการติดตั้งอัพเดตโดยปรับคำร้องสำหรับอัปเดต OS
  • ปรับปรุงความแข็งแกร่งของการติดตั้ง patch โดยสามารถเริ่มดำเนินการใหม่ได้หากมีข้อผิดพลาดชั่วคราวเกิดขึ้น เช่น sharing violations หรือ access violations
  • ปรับปรุงความแข็งแกร่งของการล้มเหลวชั่วคราวระหว่างกระบวนการ disk cleanup ของไฟล์ของ OS เดิมหลังจากติดตั้ง
  • ปรับปรุงการถอนการติดตั้งสำหรับ OS updates โดยปรับปรุง uninstallation routines ใน custom OS installation code
  • ปรับปรุงความน่าเชื่อถือของการอัปเดต OS updates โดยทำให้การอัปเดตสามารถเริ่มใหม่ได้หากมีเหตึขัดข้องฉุกเฉิน อย่างเช่น มีปัญหาระบบไฟฟ้า
  • มีการปรับปรุงเครื่องมือให้ส่งข้อมูลอื่นเพิ่มเติมไปยังไมโครซอฟท์มากขึ้นผ่าน CEIP (Customer Experience Improvement Program) เมื่อมีการเปิดใช้ ข้อมูลใน้ใช้เฉพาะสำหรับการส่งข้อมูลที่ใช้เพื่อระบุปัญหาไม่มีการส่งข้อมูลส่วนที่ใช้ระบุตัวตนเจ้าของเครื่อง

Interoperability Imrpovements

  • SP1 เปิดเผยข้อมูล Ideal Send Backlog (ISB) ไปยัง Winsock2 clients ทำให้ทำงานได้ดีขึ้นผ่านลิงค์ high bandwidth และ high latency เมื่อติดต่อกับ Windows Server 2008 แอพพิลเคชั่นที่ปรับใช้ ISB แบบใหม่นี้จะส่งไฟล์ขนาดใหญ่ผ่านลิงค์ดังกล่าวไปยังเครื่อง Windows Vista หรือ Windows Server 2008 ดีขึ้น
  • SP1 ปรับปรุงคำสั่ง Send ทั้งหมดใน TransmitFile/TransmitPackets และ ftp.exe เมื่อติดต่อกับ Windows Server 2008 ผ่านลิงค์ high bandwidth และ high latency  ตัว Ftp.exe และแอพพลิเคชั่นอื่นที่ใช้ TransmitFile/TransmitPackets บน Windows Vista SP1 จะทำงานได้ดีขึ้นเมื่อส่งไฟล์ผ่านลิงค์ดังกล่าวไปยังเครื่อ Windows Vista หรือ Windows Server 2008 อื่น

การเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติหรือ API

  • GPMC (Group Policy Management Console) จะถูกถอนออกพร้อมการติดตั้ง Service Pack 1 และจะใช้ GPEdit เป็นเครื่องมือหลักในการแก้ไข Local Group Policy
  • ถอด MSN Connection Center Dial-up Internet Access connector ออกจาก Windows Vista Connection Wizard
  • มี Offline Files interface แบบใหม่เพิ่มเข้ามา ซึ่งส่งออก dirty byte count สำหรับไฟล์ที่ถูกแก้ไขแบบ offline ซึ่ง interface is exposed both through the COM APIs and WMI provider for Offline Files.

การปรับปรุงและเสริมความสามารถทั่วไป

  • SP1 มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างซึ่งอนุญาตให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และลูกค้าสามารถเลือกใช้โปรแกรม desktop search หลักสำหรับเครื่องได้เอง โดย 3rd party software จะต้องทำการลงทะเบียน search application โดยใช้ protocol แบบใหม่ใน Windows Vista SP1
  • สำหรับ SP1 วิสต้าจะรายงานหน่วยความจำทั้งหมดที่ติดตั้งแทนที่รายงานหน่วยความจำที่เหลือสำหรับ OS ใช้งาน ดังนั้น สำหรับเครื่อง 32 บิต ที่ติดตั้งแรม 4GB วิสต้าจะรายงานแรม 4GB ในทุกจุด แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ BIOS ว่าสามารถแสดงผลลักษณะนี้ได้หรือไม่
  • SP1 ลดจำนวนการขึ้นหน้าต่างเตือน UAC (User Account Control) ลงจาก 4 เหลือ 1 เมื่อสร้างหรือเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับการป้องกัน
  • ปรับปรุงในส่วน Licensing User Interface และ User Experience ให้รายละเอียดในส่วนช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวการ activation  และผลลัพธ์หากไม่ทำการ activate ให้รายละเอียดมากขึ้นใน dialog text แทนที่ raw error codes ด้วยข้อความที่เข้าใจง่ายขึ้น
  • SP1 เปลี่ยนข้อความใน Ultimate Extras Control Panel เพื่ออธิบายโปรแกรม Ultimate Extras ในความหมายทั่วไปมากขึ้น
  • ในการสแกนภาพด้วย Vista scanning experience สำหรับ SP1 จะเรียก Explorer แทนที่จะเปิดไฟล์ด้วย Windows Photo Gallery
  • การติดตั้ง Windows Vista SP1 ผู้ใช้ต้องจำเป็นต้องใส่ password hint ในช่วงต้นของการติดตั้ง 
  • ปรับปรุงความเข้ากันกับ 3rd party diagnostic tools ที่ทำงานขึ้นกับ raw sockets โดยใช้ delivery logic เดียวกันในการควบคุม (ICMP v4 และ v6) และ regular packages
  • ใน SP1 มีการปรับปรุงในส่วนของผู้ใช้ที่ไม่ได้ใช้วินโดว์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมใน
  • SP1 ทำการอัพเดตอุตสองช่องโหว่ที่ใช้ในการแคล็กวิสต้า
    • การแฮ็กไบออส (OEM Bios exploit๗) ซึ่งเป็นการดัดแปลงไฟล์ระบบและ BIOS ของเมนบอร์ดเพื่อทำให้สามารถแอคติเวตได้แบบเดียวกับ OEM
    • การแฮ็กแบบหลอกเวลา (Grace Timer exploit) ซึ่งรีเซ็ต “grace time” ระหว่างการติดตั้งและ activate บางกรณีเลื่อนเวลาในการแอคติเวตไปเป็นปี 2099

รายละเอียดทั้งหมดสามารถดาวน์โหลด (เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ) และ รายละเอียด Hotfixes

การเปลี่ยนแปลงใน Windows Vista SP1 โดนไป 4 ดอก

  1. BBoyEARTH™ ว่า:

    ยาวจัด ดึกละ อ่านไม่เข้าหัว - -

    ตั้งแต่ลองเบต้ามายังไม่ได้ใช้เลย จะรอ sp2 :เหอะๆ:

    (ตอนใช้ xp ใหม่ก็เริ่มใช้ตอนออก sp2) :555+:

  2. ไอ้จุก ว่า:

    แล้วเมื่อไหร SP1 จะออกมาจริงๆครับ

  3. n-blue™ ว่า:

    ตอนนี้หาได้ตามบิตแล้วครับ ไมโครซอฟท์ปล่อยทางการกลางเดือนหน้า

  4. PeterPeerapat ว่า:

    เยอะจริงๆ

    ไม่ค่อยเข้าหัวเท่าไหร่อ่าครับ (สมองเสื่อมหรือว่ามันเยอะเกินไปเนี่ย อิอิ)

    มันออกมาแล้วจะทำได้อย่างที่บอกรึเปล่าก็ไปรู้

3 Trackbacks/Pingbacks

  1. n-blue | Windows Vista SP1 Hacked
  2. n-blue | ไมโครซอฟท์ปล่อย Vista SP1 ผ่าน Windows Update
  3. Windows Vista Service Pack 1 All Language Standalone | arthuran.net