ใช่แต่บ้านเราครับที่มีปัญหาผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) บล็อคทราฟฟิค/โปรโตคอลหรือบีบความเร็วการแชร์ไฟล์ผ่าน Peer-to-Peer ด้วยโปรแกรมในกลุ่ม BitTorrent บ้านอื่นเมืองอื่นมีการพูดถึงอยู่เนื่องๆ เมื่อเร็วๆ นี้เป็นข่าวดังขึ้นมาในสหรัฐเมื่อผู้ใช้อินเตอร์เน็ตคนหนึ่งในแคลิฟอเนียลุกขึ้นมาฟ้อง Comcast ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตรายใหญ่ของสหรัฐ กรณีบีบความเร็วในการดาวน์โหลดบิต

Vuze จากค่าย Azureus หนึ่งในเว็บไซต์แชร์สื่อวีดีโอความละเอียดสูงลำดับต้นๆ ที่ให้บริการแบบถูกกฎหมาย ได้รับผลกระทบจากการบีบความเร็วของ ISP ได้รับผลกระทบเนื่องจากให้บริการกระจายเนื้อหาผ่าน Bit Torrent  (ส่วน Bittorrent.com ที่ให้บริการลักษณะเดียวกันยังนิ่งเงียบ)

bittorrent

กรณีที่เกิดขึ้นในสหรัฐและที่มีการพูดถึงค่อนข้างบ่อยในบ้านเรา ทำให้ชวนตั้งคำถามหลายอย่าง

  • การดาวน์โหลดบิตอาจอาจส่งผลกับการใช้ช่องสัญญาณอินเตอร์เน็ต อาจเกิดการจราจรหนาแน่นและความเร็วในการดาวน์โหลดหรือเข้าถึงเว็บลดลง ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้อื่น (ที่ไม่ได้ใช้บิต) ทำให้คนดาวน์โหลดบิตเป็นที่น่ารังเกียจของ ISP คำถามมีอยู่ว่า มีใครสักคนไหมที่ดาวน์โหลดบิตได้เกิน/สูงกว่าความเร็วที่จ่ายรายเดือน? อย่างเช่น ถ้าผมซื้ออินเตอร์เน็ตรายเดือนที่ความเร็ว 2.5 Mbps ความเร็วการดาวน์โหลดควรอยู่ที่ราวๆ 300 KB/s ผมไม่สามารถดาวน์โหลดได้เร็วกว่านี้ถูกไหม? (การอัพโหลดก็อยู่ภายใต้ความเร็วที่ผู้ให้บริการจำกัดไว้) ดังนั้น ลูกค้าทุกคนใช้ความเร็วไม่เกินกว่าแพ็คเกจที่ซื้อ ถูกไหม?
  • ถ้าสมมติฐานที่กล่าวมาถูกต้อง ผู้ใช้บิตดาวน์โหลดทุกคนใช้งานภายใต้สิทธิที่พึงมีตามที่จ่ายเงิน "เต็มจำนวน" ปัญหาช่องจราจรไม่พอ ความเร็วในการรับส่งข้อมูลต่ำเป็นปัญหาสืบเนื่องมาจากใคร? ผู้ให้บริการที่ต้องจัดหาช่องจราจรให้เพียงพอ? องค์กรที่กำกับดูแล?
  • ทุกวันนี้เรารับทราบโดยทั่วไปว่าช่องสัญญาณไม่พอ ความเร็วไม่เป็นไปตามที่ระบุ แต่มีใครเคยเห็นบ้างว่าผู้ให้บริการงดจำหน่ายอินเตอร์เน็ตแก่ลูกค้ารายใหม่เพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการ? หรือที่เราเห็นแต่เร่งออกโปรโมชั่นส่งเสริมการขายใหม่ๆ เพื่อยัดลงไปในช่องจราจรอันหนาแน่นเดิม? พอความเร็วตกก็อย่างตะพืด "ADSL คือ การแชร์"

ประเด็นปลีกย่อยอื่นอย่างเช่นคุณภาพของสายสัญญาณ ผมเข้าใจว่าไม่ใช่ข้ออ้างและไม่ใช่ความรับผิดชอบของลูกค้า เพราะสายโทรศัพท์ระโยงระยางจนยากจำแนกนั่น ลูกค้าไม่ใช่คนติดตั้ง เดินสาย

ผมเข้าใจครับว่ามีประเด็นเกี่ยวข้องหลายอย่างที่ทำให้การขยายช่องสัญญาณทำได้ช้า ลำบาก และมีข้อจำกัด แต่การโยนความผิดให้คนดาวน์โหลดบิตมันไม่น่าจะถูกต้อง และไม่เกี่ยวเลย ซ้ำจะโยงว่าการดาวน์โหลดบิตส่วนใหญ่เป็นการดาวน์โหลดไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์ ดังนั้น เป็นผู้ร้าย ต้องจัดการ การบีบความเร็ว การบล็อคนั้นถูกต้องแล้ว สมควรแล้ว ผมเห็นว่ามันเป็นคนละเรื่อง ไม่เกี่ยวกัน โยงกันไม่ได้ (ถ้ามองรวมเป็นเรื่องเดียวกันได้ ระบบคิดของคนก็เลอะเทอะจนจำแนกแยกแยะประเด็นไม่ออก และน่าสงสารเต็มที)

การบล็อค การบีบความเร็ว นอกจากเป็นการแก้ปัญหาแบบผิดที่ผิดทางแล้ว ยังเป็นการแก้ปัญหาแบบเหวี่ยงแห ถามนิดเดียวครับว่า Linux ต่างๆ จะ Ubuntu จะ Mint จะอื่นๆ ที่เราดาวน์โหลดกันทุกวันนี้ เขานิยมปล่อยผ่านช่องทางใด?

(อ่านเพิ่มเติม แทนที่จะเป็นการบล็อค)

คำถามชวนคิดคนโหลดบิตกับ ISP โดนไป 4 ดอก

  1. vee ว่า:

    เมืองไทยน่าจะร้องกับสคบ.ได้? ผมคิดว่าน่าจะออกเป็นกฎหมายให้ ISP ระบุ specs ชัดเจนกว่านี้. ถ้า shape อะไรไปก็ต้องบอก มีคน share ท่อกี่คน ไม่เกินเท่าไหร่ ก็น่าจะต้องระบุในโฆษณาให้ชัดเจนด้วย. คล้ายๆ specs ของกล้องมั้ง.

  2. bill ว่า:

    :แว่นดำ: ไม่เคยได้คิดเลย:ดำ:

  3. n-blue™ ว่า:

    คุณวีครับ เปิดให้คอมเม้นต์ที่บล็อกโดยไม่ต้องสมัครหน่อยเถอะครับ จะได้ไปพูดคุยด้วยบ้าง (อยู่ในสถานะที่จำรหัสผ่านไม่ค่อยไหวแล้ว) :ขยิบ:

  4. หุ หุ ว่า:

    เห็นด้วยจริง ๆ ทุกวันนี้ ผมเห็นหลาย ๆ อย่าง เค้าคิดแก้ปัญหากัน แบบ ทำส่ง ๆ ไป เหมือนไม่ได้ใช้ สมองคิด โทษโน่นโทษนี หุ หุ แย่จัง