คุยเรื่อง ReadyBoost กันสักครั้งเถอะ
160 | 3 November 2007 - 17:53 น.
วันนี้ไปอ่านบทความของน้องจุกเรื่อง "เพิ่มความเร็ว Vista ด้วย Flash Drive คุ้มค่าหรือไม่" ที่เกริ่นนำทำความเข้าใจเรื่อง ReadyBoost คุณสมบัติหนึ่งของ Windows Vista ไว้ดีมาก ทำให้ผมนึกถึงบทความนึงก่อนหน้านั้นที่ผ่านตามาจาก Zickr! แนะนำวิธีบังคับให้ Vista ใช้งาน ReadyBoost กับ Flash Drive ที่ไม่รองรับ จริงๆ แล้ววิธี hack registry ของ Vista ให้รับ Flash Drive เป็นเทคนิคที่ฝรั่งเขียนไว้นานแล้ว มีการถามถึงและพูดถึงในเอ็นไซต์ก่อนหน้านี้หลายครั้ง ผมก็บอกเสมอๆ ว่า "ทำได้แต่ไม่มีประโยชน์" เลยคิดว่าอาจจะมีประโยชน์บ้างหากเรามาทบทวนทำความเข้าใจเรื่อง ReadyBoost กันใหม่ ก่อนที่จะความข้าใจโดยทั่วๆ ไป จะไถลไปไกลในทำนองที่ว่า เอามาเพิ่มแรม (ในทำนอง แรม 1 กิ๊ก + แฟลชไดรว์ 1 กิ๊ก ได้แรม 2 กิ๊ก)
เรากลับมาที่หลักการพื้นฐานกันก่อนนะครับ ข้อมูลจากเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์อธิบายเรื่อง ReadyBoost ไว้ตามนี้
Windows ReadyBoost, a new concept in adding memory to a system. You can use non-volatile flash memory, such as that on a universal serial bus (USB) flash drive, to improve performance without having to add additional memory "under the hood."
The flash memory device serves as an additional memory cache—that is, memory that the computer can access much more quickly than it can access data on the hard drive. Windows ReadyBoost relies on the intelligent memory management of Windows SuperFetch and can significantly improve system responsiveness.
จากคำอธิบายกว้างๆ แบบนั้นชวนให้เข้าใจผิดอยู่ไม่น้อยว่าสามารถใช้แฟลชไดรว์แทนแรมได้ โดยหลักการ ReadBoost เป็น disk caching technology ประเภทหนึ่ง หน้าที่หลัก คือ ดึง cache บนฮาร์ดดิสก์มาทำงานบน flash drive ที่รวมถึง paging และอื่นๆ ไฟล์ cache บนแฟลชไดรว์จะอยู่ในลักษณะบีบอัด (อัตรา 2:1) และเข้ารหัส ทำงานร่วมกับระบบการจัดการหน่วยความจำ Windows SuperFetch เราอาจจะเทียบเคียง cashe บนปแฟลชไดรว์ที่ 4 GB จะเท่ากับ cache บนฮาร์ดดิสก์ที่ 8 GB โดยปกติแล้วความเร็วในการอ่านเขียนของฮาร์ดดิสก์จะสูงกว่าแฟลชไดรว์ แต่ ReadyBooast จะดึงข้อดีของความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลหรือ seek time ของแฟลชไดรว์ โดยเฉพาะการอ่านเขียนข้อมูลขนาดเล็กอย่าง paging และ random I/Os ขนาดเล็กที่สมรรถนะสูงกว่า
Jim Allchin อดีต Co-President, Platform and Services Division ของไมโครซอฟท์อธิบายรายละเอียดไว้เมื่อนานมากแล้ว ค่อนข้างเข้าใจง่าย มีเวลาแวะไปอ่านดูนะครับ
ถึงตรงนี้คงพอเจ้าใจแล้วนะครับว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับแรมโดยตรง เอาไปใช้แทนที่แรมไม่ได้ (ส่วนความสำพันธ์ระหว่างแรมกับ cache ขอไม่อธิบายนะครับ เดี๋ยวเรื่องยาว) ข้อที่ควรรู้และคำแนะนำทั่วไปผมสรุปไว้ด้านล่างนี้นะครับ
- พื้นที่ว่างอย่างน้อยสุดใน flash drive ต้องไม่น้อยกว่า 256 MB
- Access time หรือ seek time ต้องเท่ากับ 1ms หรือน้อยกว่า
- ความเร็วในการอ่านอย่างต่ำอยู่ที่ 2.5 MB/s สำหรับ 4 KB random reads spread ตลอดทั่วทั้งไดรว์ และความเร็วในการเขียนอย่างต่ำที่ 1.75 MB/s สำหรับ 512 KB random writes spread ตลอดทั่วทั้งไดรว์
- ความจุสูงสุดที่ ReadyBoost รองรับอยู่ที่ 4 GB มีไดรว์ที่จุกว่านี้ก็สามารถเรียกใช้ได้แค่ 4 GB (ข้อจำกัดของระบบไฟล์ FAT32 ไม่เกี่ยวกับ ReadyBoost)
- รองรับระบบไฟล์ทั้ง NTFS FAT และ FAT32
- สัดส่วนแรมต่อขนาดแฟลชไดรว์ที่แนะนำอยู่ที่ 1:3 จึงจะให้สมรรถนะสูงสุด ตัวอย่างเช่น เครื่องมีแรมอยู่ 1 GB สามารถใช้ Flash Drive ขนาด 3 GB (ข้อมูลจาก Help) หรืออาจใช้ในสัดส่วน 1:1 สำหรับเครื่องระดับต่ำ หรือ 2.5:1 สำหรับเครื่อง high end
- ReadyBoost รองรับแค่ครั้งละ 1 ไดรว์เท่านั้น
- นอกจาก Flash Drive ยังรองรับ SD Card, CompactFlash อื่นๆ อีกด้วยแต่ไม่รองรับในกรณีที่ต่อผ่าน card reader
- ถอดออกจากเครื่องได้ทันทีไม่มีปัญหา Vista จะสลับกลับไปใช้ cache บนฮาร์ดดิสก์เหมือนเดิม และไม่มีการเก็บข้อมูลไว้ในแฟลชไดรว์
เป้าหมายของการ ReadyBoost คือช่วยเพิ่มสมรรถนะและการตอบสนองของระบบ อธิบายอย่างง่ายคือโดยปกติแรมมักไม่พอกับการใช้งานจริง ซึ่ง Windows จะหันไปใช้หน่วยความจำจำลองบนฮาร์ดดิสก์ ซึ่งเราๆ คงพอจะทราบผลกระทบข้างเคียงกันอยู่แล้ว (ทำให้สมรรถนะของเครื่องช้าลง) เจ้า Windows ReadyBoost เข้ามาเพื่ออุดผลกระทบข้างเคียงนั้น โดยย้ายหน่วยความจำเสมือนที่ว่ามาทำงานบนแฟลชไดรว์แทน เอาง่ายๆ ตามนี้นะครับ
ทีนี้ปัญหาอยู่ที่ว่าซื้อ flash drive หรือ thumb drive รุ่นใหม่เอี่ยม ความสามารถตรวจสอบแล้วน่าจะใช้ได้ แต่เจ้า Windows ReadyBoost ปฏิเสธหน้าตาเฉย บอกใช้ไม่ได้ หลายคนก็เลยต้องแฮ็ครีจิสตรี้ เรื่องนี้มันมีสาเหตุครับ
- ระบบการวัดความเร็วของผู้ผลิตแฟลชไดรว์กับของ ReadyBoost ต่างกัน ผู้ผลิตวัดแบบ sequential performance ขณะที่ ReadyBoost วัดแบบ random ณ บางจุดการวัดโดยสุ่มอาจพบว่าความเร็วต่ำกว่าค่ากำหนด
- ความเร็วในการอ่านไดรว์ไม่เท่ากันตลอดทั่วทั้งไดรว์ เช่น บางส่วนอาจอ่านได้เร็วมากขณะที่ส่วนอื่นช้ามาก ซึ่ง ReadyBoost ไม่รับ
เช่นนี้แหละครับที่ผมสรุปว่า ถึงบังคับให้ ReadyBoost รับไดรว์นั้นๆ แต่เอาไปใช้แล้วแทบไม่เกิดประโยชน์ด้านสมรรถนะเลย ส่วนถ้าจะวิเคราะห์ความคุ้มถ้าจะต้องซื้อแฟลชไดรว์ทั้งหมดอยู่ที่การใช้งานของคุณแหละครับ ถ้ามีแรมในเครื่องซัก 2 GB ก็แทบไม่จำเป็นแล้ว (ยกเว้นว่าทำอะไรหนักๆ จริงๆ) หรือถ้ามีแรม 1 GB ก็อยู่ที่การใช้งานรวมๆ ว่าต้องการใช้แรมสูงขนาดไหน (ตั้งต้นวิสต้าใช้แรมอยู่ที่ราวๆ 512 MB ส่วนนี้อาจถูกแชร์ไปให้การ์ดจอครึ่งนึง) แรมเดี๋ยวนี้ก็ถูกแสนถูก กิ๊กนึงพันกว่าๆ ก็ซื้อได้แล้ว ส่วนแฟลชไดรว์ถ้าจะเอาแบบเต็มขีดจำกัด 4 GB ก็อยู่ที่ พันกว่าๆ เหมือนกัน ชั่งวัดซ้ายขวาประเมินกันเองนะครับ
ข้อมูลเกี่ยวกับ Flash Dive ที่สนับสนุนและการทดสอบ
- Enhance your Vista system with Kingston
- Lexar, SanDisk Tout Vista ReadyBoost Compatibility
- USB Flash Memory for Windows Vista ReadyBoost
- Is It ReadyBoost-Capable?
- Windows Vista ReadyBoost Test Round-Up
อ่านเพิ่มเติม ReadyBoost Q&A มีทุกคำถามคำตอบโดย Tom Archer (Senior MVP Lead)
คุยเรื่อง ReadyBoost กันสักครั้งเถอะ โดนไป 11 ดอก
2 Trackbacks/Pingbacks
-
n-blue | ทำความเข้าใจ Firewall ใน Vista
10 November 2007 เมื่อ 12:18 -
n-blue | Windows Vista SP1 และ WGA ตัวใหม่
5 December 2007 เมื่อ 22:07

















3 November 2007 เมื่อ 21:59
เจ๋งจริงๆครับ ส่วนตัวไม่ได้ตื่นเต้น เรื่อง ReadyBoost เสียเท่าไหร่
4 November 2007 เมื่อ 01:39
บอสก็ลองมาหมดทุกตัวแล้วก็ไม่เห็นใช้ได้ซักตัว
ขนาด HDD แบบ External ยังไม่ได้เลย มีคุณสมบัตินี้ก็เหมือนไม่มี
ดังนั้น M$ ทำมาเพื่อ………..
4 November 2007 เมื่อ 09:47
อยากลองเล่นมั่งหงะ. มีแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน.
4 November 2007 เมื่อ 20:53
ลุงเน อธิบายได้ละเอียดมากครับ… สมกับที่จุกนับถือมากๆครับ ขอคาราวะเป็นครูให้จุกด้วยนะครับ…
แต่เพิ่มเติมนิดครับ… RAM รุ่นใหม่ DDR Ram ราคาถูกครับ 1 GB พันบาทเอง ส่วนคนที่ ใช้คอม (notebook) รุ่นเก่า (เหมือนจุก) มี DDR Ram 256 MB 2 ตัว รวมแล้ว 512 MB แล้ว slot ram ของ notebook ก็เติมแล้ว จะซื้อ SD Ram 1 GB ก็ราวๆ 1600 บาท เกินงบครับ… จุกเลยจำเป็นต้องไปหาถอดเอา flash drive จาก กล้องบ้าง จาก มือถือบ้าง มาใช้ ReadyBoost ครับ
4 November 2007 เมื่อ 21:18
พี่ลืมเรื่องนั้นไป ขอบคุณมากครับจุกที่ช่วยเพิ่มเติม
//เรื่องนั้น ไม่ถึงขนาดม๊างครับ
5 November 2007 เมื่อ 11:15
ส่วนตัวแล้วเครื่องผมที่บ้านหรือโน๊ตบุค..เมื่อลองใช้ ReadyBoost แล้วกลับรู้สึกว่าเครื่องช้าลงด้วยซ้ำครับ…ก็เลยไม่ได้ใช้วิธีนี้มานานแล้ว…
5 November 2007 เมื่อ 12:10
@เอ
บางกรณีมันทำให้ process ของ NT Kernel & System ทำงานสูงกิน cpu เป็นว่าเล่น 40 อัพ
เครื่องก็จะอืดมาก ไม่ทราบาเหตุเหมือนกันว่าทำไมเป็นบบนี้
@บอส
ของหา Kingston DataTravelerII มาดู ของพี่ซื้อมาจะปีนึงแล้ว (1 GB) ไม่มีปัญหา
5 November 2007 เมื่อ 22:26
กระจ่างขึ้นเยอะเลยครับ ขอคุณสำหรับความรู้เพิ่มเติมนะครับ
5 November 2007 เมื่อ 22:56
@nu:blog
ถือว่าช่วยกันเติมเต็มนะครับ วันหน้าผมอาจต้องพึ่งพาความรู้จากคุณ nu:blog
27 November 2007 เมื่อ 20:38
เผื่อคนผ่านมาอ่านนะครับ
ผมใช้การ์ด SD 50x 512MB ของ Apacer สามารถใช้ ReadyBoost ได้ครับ :) แต่ เรื่องที่เสียบแล้วช้าลง อันนี้เหมือนจะเป็นกับการ์ดบางอันครับ ผมมี 2GB อีก 2 อัน (พอดีว่าบ้ากล้องน่ะ…) ที่เป็น 133x กะ 60x ถ้าใช้สองตัวนั้น แล้วปรับให้มันใช้ทั้งอันเลย (มันจะใช้ 1.8GB) ปรากฏว่า เครื่องมันจะหนืดๆ ไปครับ เวลาเข้า IE นี่ เห็นผลเลยเวลาเปิด Tab ใหม่มันจะหนึบๆ ไม่เข้าใจเหมือนกัน … เลยใช้ไอ้ 512MB นี่ครับ เวลาทำงานนี่ไฟ HDD แทบจะไม่ติดเลยครับ
23 December 2007 เมื่อ 20:55
XP ทำ Ready Bootst ได้แล้ว
โปรแกรม eBoostr